เวลาเจอโจทย์ที่มีเงื่อนไขสองสามอย่างพร้อมกัน เช่น x กับ y ต้องจริงพร้อมกันทั้งคู่ นั่นไม่ใช่การหาคำตอบทีละตัวแล้ว แต่คือการตามหา จุดเดียวที่ตอบโจทย์ทุกเงื่อนไขพร้อมกัน
เมื่อกี้เรารู้แค่ปลายทางของ i กับ j แล้วใช้มันเดาว่า v จะไปจบที่ไหน นั่นคือแก่นของทั้งวิชาเลยครับ: ถ้ารู้ว่าเครื่องนี้ลากพื้นที่ยังไง เราก็เริ่มถามเรื่องอื่นกับเครื่องเดียวกันได้
A
B→A→AB
ต่อกัน(matrix multiplication)
→det
พื้นที่(determinant)
A↺A⁻¹
undo(inverse)
x?→A→b
ย้อนหา x(solve Ax=b)
สี่คำถามนี้ ที่จริงคือคำถามเดียวกัน
คำถามแรกคือ ถ้าเอาเครื่องแปลงร่างสองเครื่องมาต่อกันล่ะ? เช่นให้ B ลากกริดก่อน แล้วให้ A ลากต่ออีกรอบ เราควรได้เมทริกซ์ตัวเดียวที่แทนการเดินทางทั้งหมด นี่คือภาพของการคูณเมทริกซ์ ไม่ใช่แค่สูตรแถวคูณคอลัมน์
สุดท้ายเรากลับไปที่โจทย์สมการเดิม: ถ้ารู้ปลายทาง b แล้วอยากรู้ว่าต้องเริ่มจาก x ตรงไหนก่อนโดน A ลากไป นั่นคือ Ax = b ดังนั้น det, inverse, การคูณเมทริกซ์ และการแก้สมการ ไม่ใช่หัวข้อแยกๆ ที่ต้องจำทีละก้อน แต่มันคือคำถามต่อเนื่องจากภาพกริดขยับภาพเดียวกัน
Ax = b คือคำถามเดิมที่ถามกลับทาง: ต้องเริ่มจากไหน ถึงจะไปจบที่ b
ตอนนี้ทุกอย่างมาบรรจบกัน: A คือเครื่องแปลงร่างที่เจอตั้งแต่ต้น, b คือปลายทางที่อยากไปให้ถึง, ส่วน x คือจุดเริ่มต้นที่กำลังตามหา
2
1
1
2
x₁
x₂
=
b₁
b₂
x เริ่มตรงไหน ถึงโดน A แล้วไปถึง b?
ถ้า A ยังมีอินเวอร์ส (det ไม่เท่ากับศูนย์) คำตอบก็คือ x = A⁻¹b แค่นั้นเอง แต่ถ้า det = 0 คำตอบอาจไม่มีเลย หรือมีมากกว่าหนึ่งคำตอบ ขึ้นอยู่กับว่าจุด b ที่ตั้งเป้าไว้ตกอยู่บนเส้นที่รอดจากการถูกบี้หรือเปล่า